วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บทที่7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว

บทที่7
ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว
ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยวที่สำคัญ 4 ประเภท คือ

1.แทรเวล เอเจนซี่
บทบาทหน้าที่ของแทรเวล เอเจนซี่

-จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
-ทำการจอง
-รับชำระเงิน
-ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเกินทาง
-ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
-ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร
-ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกสารอื่นๆ


ประโยชน์ของการใช้บริการของ แทรเวล เอเจนซี่
1.มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยว
2.สามารถหาข้อเสนอหรือราคาที่ดีที่สุด
3.ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก
4.ช่วยแก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหา
5.รู้จักผู้ประกอบธุรกิจมากกว่า
6.รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า


ประเภทของแทรเวล เอเจนซี่ จะมีลักษณะคล้ายกันคือมีขนาดเล็กและเป็นธุรกิจของครอบครัวและให้บริการแก่ลูกค้าที่อยู่ในทำเลใกล้เคียง มี 4 ประเภท
1.แบบที่มีมาแต่เดิม
2.แบบที่ขายทางอินเติร์เน็ต
3.แบบที่ชำนาญเฉพาะทาง
4.แบบที่ประกอบธุรกิจจากที่พัก


บริษัททัวร์ (Tour Operator) ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่จัดทำโปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่าย ให้กับลูกค้าผ่านทางแทรเวล เอเจนซี่

บริษัททัวร์จะทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆๆ ได้แก้ โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน จากนั้นจึงขายไปยังลูกค้าโดยตรงหรือผ่านทางแทรเวล เอเจนซี่


ประโยชน์ของการใช้บริการของบริษัททัวร์
1.ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
2.ประหยัดค่าใช้จ่าย
3.ได้ความรู้
4.ได้เพื่อนใหม่
5.ได้ความสบายและรู้สึกปลอดภัย การเดินทางไปกับทัวร์จะทำให้รู้สึกสบายใจว่ามีมัคคุเทศก์คอยดูแลและรู้สึกปลอดภัย
6.ไม่มีทางเลือกอื่น อาจทำให้หาที่พักได้ยาก นักท่องเที่ยวจึงหันมาซื้อโปรแกรมทัวร์

ประเภทการทัวร์ ทัวร์แบบเหมาจ่ายเป็นประเภทใหญ่ๆได้3 ประเภท
1.ทัวร์แบบอิสระ (Independent tour)
2.ทัวร์แบบไม่มีผู้นำทัวร์(Hosted tour)
3.ทัวร์แบบมีผู้นำทัวร์ (Escorted tour)

บทที่6 ที่พักแรม

บทที่6
ที่พักแรม


ที่พักแรมมีบทบาทโดยตรงในการสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวนอกจากจะอำนวยความสะดวกด้านที่พักและบริการอาหารแก่นักท่องเที่ยวให้สามารถใช้เวลาเดินทาง









ความเป็นมา

ธุรกิจที่พักแรมในสากล/ต่างประเทศ
ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่ในยุโรป ทำให้ปริมาณการเดินทางมากทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

ปัจจัยประการสำคัญที่ส่งผลให้กิจการที่พักขยายตัวและมีพัฒนาการในรูปแบบต่างๆได้แก่ระบบการคมนาคมขนส่ง ซึ่งมีการปรับปรุงและพัฒนาไปตามยุคสมัยทำให้ผู้คนสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น


ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย
กิจการโฉเต็ล หรือโรงแรมที่สำคัญในอดีตได้แก่
►โอเรียนเต็ลโฮเต็ล (oriental hotel) ปัจจุบันจัดเป็นโรงแรมมาตรฐานชั้นนำแห่งหนึ่ง
►โฮเต็ลหัวหิน หรือโรงแรมรถไฟหัวหิน จัดให้บริการตามแบบกิจการโฮเต็ลในยุโรป มีความหรูหรา
►โฮเต็ลวังพญาไท เป็นโรงแรมหรูหราในสมัน ร 7
►โรงแรมรัตนโกสินทร์ เป็นกิจการชั้นนำที่ใช้รับรองแขกเมืองสำคัญและเป็นที่ชุมนุมของชาวสังคมยุคนั้น


ประเภทที่พักแรม
ประเภทที่พักแรมสามารถจำแนกเป็น 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ โรงแรมและที่พักนักท่องเที่ยว
1.โรงแรม(hotel) หมายถึง สถานที่พักที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจ
1.1 เกณฑ์การจำแนกประเภทโรงแรม
- ด้านที่ตั้ง(location)
- ด้านขนาด(size)
- ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก (purpose of visit)
- ด้านราคา(price/rate)
-ด้านระดับบริการ(service level)
-ด้านการจัดระดับมาตรฐานโดยใช้สัญลักษณ์ (classification/grading)
- ด้านควาเป็นเจ้าของและรูปแบบการบริหาร (ownership and management ) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
✭ โรงแรมอิสระ
✭ โรงแรมจัดการแบบกลุ่ม/เครือ


2.ที่พักนักท่องเที่ยว
✭ บ้านพักเยาวชน หรือ โฮสเทล youth hostels
✭ ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด
✭ ที่พักริมทางหลวง ได้แก่ โมเต็ล (motel)
✭ ที่พักแบบจัดสรรเวลาพัก หรือ ไทม์แชริ่ง
✭ เกสต์เฮ้าส์
✭ อาคารชุดบริการที่พักระยะยาว
✭ ที่พักกลางแจ้ง
✭ โฮมสเตย์

บทที่5 การคมนาคมขนส่ง

บทที่5
การคมนาคมขนส่ง






การคมนาคมขนส่ง หมายถึง กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่ง คือ การคมนาคมขนส่งจะต้อง


●เป็นกิจกรรมที่ต้องมีการขนส่ง จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
●การขนส่งนั้นต้องอาศัยอุปกรณ์ต่างๆๆๆ
● การขนส่งนั้นต้องเป็นไปตามความต้องการของผู้ที่ต้องใช้บริการ

ประเภทของธุรกิจการคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1.ธุรกิจการขนส่งทางบก
จัดว่าเป็นรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการเดินทาง โดยรถยนต์ เนื่องจากสะดวก ประหยัด ก็ยังมีรถไป เป็บอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมพอสมควร

2.ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เรือเป็นพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง มานานกว่าพันปี ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้ท่องเที่ยวโดยเรือลดน้อยลง แต่ธุรกิจเรือสำราญเติบโตขึ้น การเดินทางทางน้ำมี 5ประเภท ดังนี้

● เรือเดินทะเล ปัจจุบันความนิยมในการคมนาคมขนส่งโดยเรือแบบนี้ลดน้อยลงมาก

เรือสำราญ ในปัจจุบันเรือสำราญมีขนาดใหญ่ถึง 70,000 ตัน
●เรือข้ามฟาก เรือที่สามารถบรรทุกทั้งผู้โดยสาร รถยนต์ รถโดยสาร หรือบางครั้งรถไฟ
เรือใบ หรือเรือ ยอร์ช เป็นเรือขนาดเล็กหรือกลางที่เคลื่อนที่โดยลบปะทะกับใบเรือ
เรือบรรทุกสินค้า นักท่องเที่ยวชอบที่จะท่องเที่ยวไปกับเรือบรรทุกสินค้าที่ไม่รีบเร่งและจอดตามเมืองท่า ต่างๆๆ


3.ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ แบ่งออกเป็น3ประเภทใหญ่ๆ คือ

●การบินลักษณะเที่ยวบินประจำ แบ่งออกเป็น2 ประเภทย่อย คือ *เที่ยวบินประจำภายในประเทศ *เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศ

●การบินลักษณะเที่ยวบินไม่ประจำ เป็นการบินที่จัดเสริมในตาราง
●การบินลักษณะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ การที่ให้บริการแก่กลุ่มสามชิกหรือองค์กร หรือกลุ่มนักท่องเที่ยว

บทที่4องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

บทที่4
องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

แหล่งท่องเที่ยว


หากไร้ซึ่งแหลงท่องเยวแล้ว คงไม่มีนักท่องเที่ยวอยากเดินทางเข้ามายังประเทศนั้นๆ มีคำจำกัดความ3คำ ได้แก่

︹ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว (tourism resources) คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
︹ จุดหมายปลายทาง (Destination) คือ สถานที่ที่ใดที่หนึ่งอาจจะเฉพาะเจาะจงหรืออาจจะเป็นสถานที่ทั่วๆไป
︹ .สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว คือ สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้ผู้คนเดินทางเข้าไปเยี่ยมชม


**ความหมายของแหล่งท่องเที่ยวคือ สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองต่อจุดประสงค์ด้านความพึงพอใจ หรือด้านนันทนาการ


ประเภทของแหล่งท่องเที่ยว
1. ขอบเขต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
︹จุดมุ่งหมายหลัก => สถานที่ที่ต้องดึงดูดใจสำหรับนักท่องเที่ยว
︹จุดมุ่งหมายรอง => สถานที่ที่แวะพักหรือเยี่ยมชม

2. ความเป็นเจ้าของ แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่ทางธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้นเอง
3. ความคงทนถาวร การแบ่งตามอายุของแหล่งท่องเที่ยว ประเภทที่เป็นสถานที่
4.ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะสนองความต้องการ หรือจุดประสงค์ของนักท่องเที่ยวต่างกันไป แบ่งออกเป็น . ประเภท ได้แก่

- แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ => ทางด้านชีวภาพ และกายภาพ เช่น ภูเขา น้ำตก ทะเล เป็นต้น
-แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น => สร้างขึ้นดดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ สำหรับสถานที่มีในประเทศไทยนั้นแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่

โบราณสานสัญลักษณ์แห่งชาติ คือ สถานที่ที่มีความสำคัญสูงสุด
อนุเสาวรีย์แห่งชาติ คือ อนุสรณ์ที่ได้สร้างเพื่อบุคคลหรือเรื่องราวสำคัญในประวัติศาสตร์
อาคารสถาปัตยกรรมแห่งชาติ คือ อาคารสิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมอันทรงไว้ซึ่งคุณค่าอย่างสูงทางศิลปะ
ย่านประวัติศาสตร์ คือ พื้นที่ที่มีความหน่าแน่นทางสถาปัตยกรรม
อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ คือ พื้นที่ที่มีเนื้อหาในประวัติศาสตร์
นครประวัติศาสตร์แห่งชาติ คือ เมืองหรือนคร ที่มีแบบอย่างทางวัฒนธรรม
ซากโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีประวัติศาสตร์แห่งชาติ คือ แหล่งโบราณคดีและซากโบราณสถาน

- แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และ กิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น

บทที่3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางนักท่องเที่ยว

บทที่3
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางนักท่องเที่ยว

แรงจูงใจ
แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวหมายถึง เครือข่าย (Netweek) ทั้งหมดของพลังทางวัฒนธรรมและพลังทางชีววิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนด พฤติกรรมทางการท่องเที่ยวในส่วนที่เป็นพลังงานสังคมน่าจะเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ไปเห็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก
ทฤษฎีต่างๆเกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

1.ทฤษฎีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น(Hierarchy of needs)

ทฤษฎีแรงจูงใจ Maslow กล่าวว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการ และมนุษย์จะแสดงพฤติกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ ความต้องการของMaslowได้เสนอลำดับขั้นของความต้องการของมนุษย์ทั้งหลายรวม 5 ขั้น ซึ่งความต้องการเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดเพฤติกรรมในรูปแบบต่างๆ


2.ทฤษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง (Travel Career Ladder)

Philip pearce ได้ประยุกต์จากทฤษฎีลำดับขั้นแห่งตวามต้องการจำเป็นของ Maslow แตกต่างอยู่ตรงที่ในลำดับขั้นแห่งความต้องการของนักท่องเยวในขั้นที่1 หรืออความต้องการทางสรีระวิทยา ถึงขั้นที่4 หรือความต้องการเกียรติยศชื่อเสียง


3.แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda )ของ Crompton

แรงจูงใจวาระซ่อนเร้นของ Crompton มี 7 ประเภทดังต่อไปนี้

~การหลีกหนีจากสภาพแวดล้อมที่จำเจ
~การสำรวจและการประเมินตนเอง
~ การพักผ่อน
~ความต้องการเกียรติภูมิ
~ ความต้องการที่จะถอยกลับไปสู่สภาพดั้งเดิม
~ กระซับความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
~การเสริมสร้างการปะทะสังสรรค์ทางสังคม

4.แรงจูงใจทางการท่องเที่ยวทัศนะของ Swarbrooke


จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6 ชนิด


~ แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ

~แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
~การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง
~ การท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มาเพื่อสถานภาพ
~ แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
~ แรงจูงใจส่วนบุคคล


แนมโน้มของแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

~ แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่งแวดล้อม

~ แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น

~ แรงจูงใจที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน

~ แรงจุงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว

~ แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
~ แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ

~ แรงจูงใจที่จะมีคุณภาพดี

~ แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันแลความปลอดภัย

~ แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับ นับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม

~ แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง


ปัจจัยที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค

1. ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญเหล่านี้ ได้แก่


ลักษณะภูมิประเทศ ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกมีได้ 2 ลักษณะ คือ การเปลี่ยนแปลงภายในเปลือกโลก ,การเปลี่ยนแปลงบริเวณผิวโลก


- ลักษณะภูมิอากาศ พื้นที่ที่ตั้งอยู่แตกต่างกันเมื่อพิจารณาจากเส้นแลตติจูด นอกจากนี้สภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่อาจจะทำให้พบสภาพภูมิประเทศที่สวยงามแตกต่างกันได้


2.ปัจจัยทางวัฒนธรรม วัฒนธรรม คือ วิถีการดำเนินชีวิต ของคนในสังคม โดยแนวทางการแสดงออกถึงวิถีชีวิตนั้นอาจเริ่มมาจาก เอกชนหรือคณะบุคคลทำเป็นตัวแบบ

บทที่2 ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว จากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

บทที่2
ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว จากยุคเริ่มต้นถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2






นักท่องเที่ยวชาวกรีก จะนิยมเดินทางไปยังสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าที่ทำการบำบัดรักษาโรค เนื่องจากกรีกมีการปกครองในแบบนครรัฐ (City state) ที่เป็นอิสระต่อกัน ในช่วง500 ปีก่อนคริสตกาล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมสถานที่สำคัญ แตกต่างจากสมัยนี้ตรงที่มักจะไม่ค่อยเอื้อเฟื้อและเป็นมิตร .. ในสมัยโรมันการท่องเที่ยวมีทั้งการท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic tourism) และ การท่องเที่ยวภายนอกประเทศ (International tourism )


การพัฒนาการคมนาคมทางถนนในช่วงคริสตวรรษที่17ถึงต้นศตวรรษที่19

ในช่วงก่อนถึงศตวรรษที่16 คนที่ต้องเดินทางมีวิธีที่ทำได้ 3 วิธี คือ ด้วยการเดินทางซึ่งเป็นวิธีการเดินทางของคนจน ,การขี่ม้า,และใช้เสลี่ยง ดังนั้นคนที่เดินทางในสมัยนั้นจึงเป็ยพวกชนชั้นปกครอง และพวกคนรวยที่บ้านหลังที่ 2 จนล่วงมาถึงศตวรรษที่18 ในศตวรรษนี้มีระบบทางด่วนที่ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าผ่านทางเกิดขึ้น โดยมีการปรับปรุงผิวการจราจร





การท่องเที่ยวในยุคกลาง

ยุคกลางคือช่วงที่อยู่ระหว่าง คศ . 500-1500 ช่วงเวลาดังกล่าวถนนหนทางถูกปล่อยให้ทรุดโทรมเศรษฐกิจตกต่ำ ยังคงเป็นศูนย์รวมของสังคมและอำนาจการเดินทางการเดินทางมีความลำบากมากขึ้น วันหยุดเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คน คำว่า Holiday มีที่มาจากคำว่า Holy days


ปัญหาที่นักท่องเที่ยวในยุคกลางต้องเผชิญคือ โจรผู้ร้ายที่คอยดักปล้นนักเดินทาง และเป็นทั้งผู้ปกป้องนักเดินทางด้วยมัคคุเทศก์ในสมันนั้นจึงได้รับค่าจ้างสูง



แกรนด์ทัวร์ (Grand tour )


ในปี คศ.1749 Dr.Thomas nugent ได้ตีพิมพ์หนังสือคู่มือการท่องเที่ยวออกมาเล่มหนึ่ง ให้ชื่อว่า The Grand tour โดยเนื้อแท้แล้วเป็นการท่องเที่ยวเพื่อการแสวงหาความรู้แต่ไม่ช้าไม่นานการท่องเที่ยวแบบนี้กลายเป็นความนิยมางสังคม เมื่อถึงปลายศตวรรษที่18 ความนิยมในการเดินทางแบบนี้ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ผลที่ตามมาก็คือ เมืองที่ศูนย์กลางของยุโรปทั้งหลายก็เปิดตัวให้นักเดินทางจากอังกฤษ



การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแระเภทที่อาบน้ำแร่ (Spa)


การอาบน้ำแร่ เป็นที่รู้จักกันดีอยู๋แล้วตั้งแต่ยุคโรมัน เชื่อกันว่า น้ำแร่มีคุณสมบัติทางยา แต่ความนิยมการไปอาบน้ำแร๋ได้ลดลงในยุคหลัง กลับกลายมาเป็นที่นิยมขึ้นใหม่ในประเทศอังกฤษและเมืองใหญ่ๆ บางแห่ง




การเดินทางไปรับการบำบัดด้วยน้ำแร่ได้กลายมาเป็นสถานภาพทางสังคมอย่างรวดเร็ว ได้เปลี่ยนโฉมหน้าจากสถานรักษาสุขภาพไปเป็นสถานที่เพื่อความเพลิดเพลินแทน Bath ทำให้ Bath กลายเป็นเมืองหรู ความสำเร็จของเมืองนี้ที่ได้แปรโฉมเมืองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ คือการสร้างห้องน้ำพุขึ้น




กำเนิดยุคสถานที่ตากอากาศชายทะเล


การอาบน้ำทะเลเริ่มต้นขึ้นจากเหตุผลทางด้านสุขภาพ และความคิดที่ว่าการอาบน้ำทะเลจะทำให้สุขภาพดีเริ่มเป็นที่ยอมรับกัน ความนิยมในการรับการบำบัดด้วยน้ำทะเล เป็นผลมาจากผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มั่งคั่งขึ้น จากการขยายตัวทางการค้าและอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ




การท่องเที่ยวในศตวรรษที่20(1901-200) ช่วง50 ปี แรก


รูปแบบของการเดินทางเปลี่ยนไป ความนิยม ในการเดินทางด้วยรถไฟลดลงเพราะคนนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น มีการพัฒนาถนน พัฒนารถบรรทุกที่ขนสัมภารในสงคราม ให้เห็นเปนรถ COACH พาหนะแบบนี่ได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษที่ 1920




การท่องเที่ยวหลังสงครามโลกครั้งที่2


การเดินทางทางอากาศมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลกครั้งที่2 ถึงแม้ว่าในช่วงทศวรรษที่1950 แต่เมื่อเปรียบกับการเดินทางด้วยวิธีการอื่น การเดินทางทางเครื่องบินก็นับว่ายังไม่แพง ความก้าวหน้าเทคโนโลยีการบินได้เกิดขึ้นในปี ค.ส.1970 การนำเอาเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ทันสมัยนี่ออกมาให้บริการทำให้มีการปลดเครื่องบินรุ่นเก่าขนาดที่เล็กกว่า ภายหลังสงครามโลกครั้งที่2 ความจริงการจัดทัวร์เหมาได้เริ่มมาตั้งแต่ทศวรรษที่1920

วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บทที่1 ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว





บทที่1
ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว

การเดินทางที่จัดเป็นการท่องเที่ยวต้องมีลักษณะดังนี้


1. เป็นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยปกติไปยังที่อื่นเป็นการชั่วคราว
2. เป็นการเดินทางด้วยความสมัครใจ
3. เป็นการเดินทางด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ก็ตามที่มิใช่เพื่อการประกอบอาชีพและการหารายได้

นิยามเรียกผู้เดินทางเพื่อการท่องเที่ยว ว่า ผู้เยี่ยมเยือน (Visitor)

นักท่องเที่ยว (Tourist)
คือ ผู้มาเยือนชั่วคราว และที่พักอาศัยที่ไปเยี่ยมเยือนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ด้วยวัถตุประสงค์เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

นักทัศนาจร (Excursionist)
คือ ผู้เยือนชั่วคราว และที่พักอาศัยที่ไปเยี่ยมเยือน ไม่เกิน 24 ชั่วโมง


วัถตุประสงค์ของการเดินทางท่องเที่ยว
วัถตุประสงค์ที่ทำให้การเดินทางไม่ใช่การท่องเที่ยวคือ เดินทางเพื่อประกอบอาชีพ และ แสวงหารายได้ แบ่งออกได้ 3 ประการใหญ่ๆได้แก่
1. เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนานและพักผ่อน (Holiday)
2. เพื่อธุรกิจ (Business)
3. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ


องค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 2 ประการ ได้แก่




1. องค์ประกอบเกี่ยวข้องโดยตรงของนักท่องเที่ยว
- สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว
- ธุรกิจการคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ
- ธุรกิจที่พักแรม
- ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
- ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

2. องค์ประกอบที่สนับสุนนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว
- ธุรกิจการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
- ธุรกิจการประชุม สัมมนา การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดนิทรรศการ
- การบริการข่าวสารข้อมูล
- การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย
- การอำนวยความสะดวกในการเข้า-เมือง

ความสำคัญของการท่องเที่ยว

ทางด้านเศรษฐกิจ
- สร้างรายได้เป็นเงินตราเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก
- การท่องเที่ยวก่อให้เกิดการหมุนเวียนและกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น
- การท่องเที่ยวก่อให้เกิดการนำเอาทรัพยากรมาใช้อย่างคุ้มค่า
- การท่องเที่ยวช่วยลดปัญหาการทำงาน

ทางด้านสังคมและวัฒนธรรม
- การท่องเที่ยวมีส่วนส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดีของมวลมนุษย์ชาติ
- การท่องเที่ยงมีส่วนในการพัฒนา ยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม
- การท่องเที่ยงมีส่วนในการลดปัญหาสังคม
- การท่องเยวช่วยให้สังคมรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ทางด้านการเมือง
- การท่องเที่ยวช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
- การท่องเที่ยวช่วยส่งเริมความั่นคงปลอดภัยและภาพลักษณ์